ในวัยเด็กสมัยก่อนของวิญญานแมว ย้อนกลับไป. . . เอ่อ กี่ปีดีเนี่ย เอาเป็นว่าตอนนั้น 5 ขวบละกัน
ผมได้รับเงินไป โรงเรียน วันละ 5 บาท=w= (โอ้วจอร์จ มันเยอะมาก)
ในสมัยนั้น เหรียญ บาท ยังอันใหญ่ๆอยู่เลย
5 บาท นี่ซื้ออะไร (สำหรับเด็ก) ได้เยอะอยู่ ถ้าไม่ซื้อขนมถุงละ 5 บาท หมดตังส์กันเลยทีเดียว
แน่นอน ผมไม่ได้ซื้อ หันไปซื้อ "บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป(ตู๊ด)น้อย"
ฮั่นแน่ ใครเคยกินบ้าง (คาดว่าเด็กรุ่นเดียวกันกับวิญญานแมวคงเคย)
ซื้อมาไม่ได้กินหรอก นานๆทีกิน ไปสังเกตุได้ ตามถังขยะ จะเจอซากสงคราม ลอยอืดเต็มไปหมด
เนื่องด้วยราคา ที่ ถูก แต่สารหาหารไม่ค่อยจะมี + กับ ของแถมล่อใจ
เด็กๆเลยถูกชักจูงซื้อไปได้ เอาน่า ความสุขสมัยเด็กๆ
และอย่างอื่นอีกมากมาย แน่นอนว่าเป็นพวก Junk food ทั้งหลายแล ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่
พอวิญญานแมวโตมา มองย้อนกลับไปในสมัยก่อนอืม. . .
นี่ตรูกิน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่เด็กเลยเหรอฟร่ะเนี่ย
โตขึ้นมา ก็ยังคงกินอยู่แต่เปลี่ยนยี่ห้อ=w=
ตอนเด็กๆพี่เองก็ไม่ค่อยรู้จักการประหยัดเท่าไหร่ (ไม่ประหยัดแต่ซัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเนี่ยนะ)
คำว่า "เงินเปียกน้ำ" มันก็เลยกลายเป็นว่า การถือเงินเพื่อรอซื้ออะไรเป็นเวลานานๆ
ลองดูก็ได้ มือเราตอนเด็กๆจะอุ่นกว่าตอนโต อีกทั้งเวลาจับอะไรนานๆแล้ว เหงื่อจะออกมาจากฝ่ามือ
ตอนนั้นพี่เองก็คิดได้แต่แบบนั้น
แต่ คำว่า "เงินเปียกน้ำ" มันมีอยู่อีกความหมายนึง
ที่เด็กๆคงไม่เคยคิด นั้นก็คือ เงินที่เปียกไปด้วยน้ำพักน้ำแรงของพ่อและแม่
ซึ่งพ่อและแม่ เราก็ได้แบ่งมาให้เราใช้ แม้จะไม่เยอะแต่ก็ยังมีค่าเทอมต่างๆ
พอโตขึ้นมาถึงได้รู้สึก ว่า การจะได้เงินแต่ละบาท นั้นลำบาก แถมยังต้องบริหารเงิน
ให้ลงตัวภายใน 1เดือน ต่อสู้กับภาวะต่างๆ
มองดูโลกภายนอกต่างๆ ที่ทุกวันนี้ที่กำลังจะเป็นวัตถุนิยม
บางคนไม่มี ก็พยามหาทางให้มี ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดๆก็ตาม
โลกทุกวันก็หมุนไปในเวลาเท่าเดิม แต่ภายในโลกหมุนเปลี่ยนไปไว
เงิน 5 บาท ที่ได้ในสมัยเด็ก ยังไม่เคยคิดว่าจะใช้ยังไง
ตอนนี้ ได้เงิน 500 บาท ยังคิดเลยว่าจะเก็บไปใช้ยังไง
การคิดแบบมองอนาคตจึงช่วยได้ว่าเราจะทำอะไรอย่างไหร่กับเงินที่อยู่ตรงหน้า
ถ้าเราอยากซื้ออะไรก็มองให้ถึงความคุ้มค่า ในสิ่งต่างๆ ใช่ว่าซื้อซะหมดนะครับ^^
สุดท้ายนี้ ก็ ขอให้ ทุกๆคน คิดเรื่อง "เงินเปียกน้ำ" ในแบบของตัวเอง
ถึงแม้ว่าพี่ จะเขียน "เงินเปียกน้ำ" ในแบบของพี่ แปลกๆไปบ้าง แต่มันก็เป้นเพียงมุมมองเล็กๆจากคนๆนึ่ง
การประหยัด ไม่ใช่การ ตระนี่ นะคร๊าบ
ประหยัด = ใช้เพื่อให้มีความสุข แต่ก็เหลือเก็บ
ตระหนี่ = เก็บอย่างเดียวไม่มีความสุข
ความสุขและความทุกข์นั้นก็อยู่ใกล้ๆกับตัวเราเอง อยู่ที่เราจะมองว่า มันสุขหรือทุกข์
บางที เงิน 10 บาท ก็เป้นความสุขได้มากกว่า 1000 บาทนะครับ^^
(อย่างน้อยก็ตอนขึ้นรถเมล์ละ จ่ายแบงค์500 แถบจะโดนดีดลง ฮ่าๆ)
ไว้เจอกันใหม่เอนทรี่หน้าคร๊าบ
ปล. เดี๋ยวนี้มิได้วาดรูปเลยแหะ มีแต่บ่นๆ
ปล2. เครดิตรูปที่ประกอบหาจาก Google ทั้งสิ้น
#1 By แมลงปอ อากิระ on 2011-06-11 11:17